บทนำ
เธอทนอยู่กับชีวิตแต่งงานที่ไร้ซึ่งความรักและเพศสัมพันธ์เป็นเวลาสามปี โดยเชื่อมั่นอย่างหัวชนฝาว่าสักวันหนึ่งสามีจะเห็นคุณค่าของเธอ แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดคือการได้รับใบหย่าจากเขาแทน
ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจ เธอไม่ต้องการผู้ชายที่ไม่รักเธอ เธอจึงจากไปในยามวิกาลพร้อมกับลูกในท้อง
ห้าปีต่อมา เธอได้เปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นศัลยแพทย์กระดูกและข้อชั้นนำ แฮกเกอร์ชั้นนำ สถาปนิกเหรียญทองในอุตสาหกรรมก่อสร้าง และแม้กระทั่งทายาทบริษัทมูลค่าล้านล้านดอลลาร์ โดยมีชื่อปลอมหลุดออกมาเรื่อยๆ
จนกระทั่งมีคนเปิดเผยว่าข้างๆ เธอมีปีศาจตัวน้อยวัยสี่ขวบสองตัวที่มีหน้าตาคล้ายกับฝาแฝดมังกรและฟีนิกซ์ของซีอีโอคนหนึ่งอย่างน่าประหลาด
หลังจากเห็นใบหย่าแล้ว สามีเก่าของเธอไม่สามารถนั่งนิ่งได้อีกต่อไป จึงผลักเธอให้ชิดกำแพง พร้อมกับเอ่ยถามเธอทุกย่างก้าวที่ใกล้เข้ามาว่า "ที่รัก" อดีตภรรยา คุณไม่คิดว่าถึงเวลาที่คุณต้องอธิบายให้ฉันฟังบ้างเหรอ?
บท 1
ในระหว่างที่อัญชนีกำลังเดินเลือกหยิบสินค้าอยู่ภายในร้านซูเปอร์มาร์เก็ต กานต์พิชชาซึ่งเป็นแม่ของสามีก็ได้โทรศัพท์เข้ามาหาอย่างไม่ทันตั้งตัว
เธอจ้องมองหมายเลขที่โทรเข้ามาแล้วหยุดนิ่งงันอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แต่ในที่สุดก็ยกมือกดรับสายขึ้น "แม่คะ..."
“แค่ไปซื้อของทำไมมันชักช้านัก รีบไสหัวกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
เพียงแค่พูดจบประโยคเท่านั้น กานต์พิชชาก็วางหูโทรศัพท์ลงในทันทีทันใด โดยไม่เปิดช่องให้อัญชนีได้มีโอกาสเอ่ยปากพูดอะไรตอบกลับไปได้เลยแม้แต่คำเดียว
อัญชนีจึงจำเป็นต้องหยุดเดินเลือกซื้อสินค้าแล้วรีบเร่งเก็บของเดินทางมุ่งหน้ากลับบ้านโดยเร็ว
เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นได้เพียงชั่วครู่ ยังไม่ทันได้ถอดเปลี่ยนรองเท้าด้วยซ้ำ กานต์พิชชาก็คว้ากล่องเครื่องประดับขึ้นมาแล้วขว้างปาใส่ตัวเธออย่างจัง “นังสารเลว ฉันไม่นึกเลยว่าแกจะกล้าแม้กระทั่งขโมยของของฉัน บอกมานะ สร้อยมรกตมูลค่ากว่าสิบล้านของฉัน แกเอาไปซ่อนไว้ที่ไหน!”
“หนูไม่ได้เห็น และก็ไม่ได้ขโมยค่ะ”
“ยังจะกล้าเถียงอีกเหรอ? ในบ้านหลังนี้ก็มีแต่แกที่เป็นคนจนมาจากบ้านนอก ไม่ใช่แกขโมยแล้วจะเป็นใครขโมย ตระกูลคุณากรวงศ์ของฉันไปแต่งเอาของโสโครกแบบแกเข้ามาได้ยังไงกัน?”
อัญชนีก้มหน้าไม่พูดอะไร
เธอรับรู้ได้เป็นอย่างดีว่ากานต์พิชชานั้นมองเธอแบบดูถูกเหยียดหยามมาโดยตลอด เธอใช้ชีวิตแต่งงานอยู่ร่วมกับภวัตมาเป็นระยะเวลาถึงสามปีแล้ว
ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา กานต์พิชชาก็คอยหาเรื่องราวมาจับผิดเธออยู่ไม่เคยหยุด
ไม่ว่าจะเป็นการด่าทอว่ากล่าว หรือกล่าวหาใส่ความป้ายสีเธอ รวมไปถึงพูดจาเหยียดหยามดูถูกเธอในทุกแง่มุมเท่าที่จะคิดขึ้นมาได้
ในช่วงแรกเธอยังพอมีแรงใจที่จะลุกขึ้นมาพูดแก้ตัวแก้ต่างให้กับตัวเองได้บ้าง แต่บัดนี้เธอกลับรู้สึกไม่อยากเอ่ยปากพูดอะไรออกมาอีกต่อไปแล้ว
เพราะไม่ว่าเธอจะพยายามอธิบายหรือชี้แจงออกไปด้วยวิธีใดก็ตาม กานต์พิชชาก็ยิ่งจะแสดงอาการโกรธและโมโหฉุนเฉียวมากขึ้นไปอีก
สู้อดทนรอให้ท่านด่าว่ากล่าวจนกระทั่งหายสะใจแล้วค่อยหลบออกไปเสียดีกว่
ใครเลยจะไปคาดคิดได้ว่าครั้งนี้กานต์พิชชาจะไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ เหมือนอย่างที่เคย ท่านยกมือชี้นิ้วจิ้มลงไปที่หน้าผากของเธออย่างแรง “อย่าคิดว่าทำเป็นทองไม่รู้ร้อนแล้วเรื่องนี้จะจบไปง่ายๆ นะ ฉันจะบอกอะไรให้ ฉันโทรหาภวัตแล้ว วันนี้แกต้องให้คำตอบฉันมา ไม่เอาสร้อยคอมาคืน ก็ไสหัวออกจากตระกูลคุณากรวงศ์ไปซะ!”
อัญชนียังคงนิ่งเงียบ
เธอรู้ดีว่าสร้อยเส้นนั้นกานต์พิชชาคงเป็นคนแอบซ่อนเอาไว้เองแล้วก็สร้างเรื่องราวทั้งหมดนี้ขึ้นมาปั้นแต่งเอาเอง ก็เพื่อบีบให้เธอไปจากที่นี่เท่านั้น
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ภวัตก็เดินเข้ามาในบ้าน
อัญชนีเผลอส่งสายตามองไปที่เขาโดยไม่รู้ตัว ร่างกายสูงโปร่งดูสง่างาม เสื้อสูทที่สั่งตัดเป็นพิเศษพาดทอดอยู่บนแขนอย่างสบาย ๆ
และบนเสื้อสูทนั้นก็มีกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงโชยฟุ้งออกมาอย่างจาง ๆ ซึ่งเป็นกลิ่นที่เธอคุ้นจมูกเป็นอย่างดี
กานต์พิชชารีบเดินเข้าไปหา “ภวัต ลูกรีบหย่ากับมันซะ ตระกูลคุณากรวงศ์ของเราไม่ต้องการของสกปรกแบบนี้ เมื่อก่อนก็ขโมยผู้ชาย ตอนนี้ก็มาขโมยของ ใครจะไปรู้ว่าต่อไปมันจะขโมยอะไรอีก”
“ผมทราบแล้วครับ คุณแม่กลับไปก่อนเถอะครับ”
ใบหน้าที่เย็นชาเป็นปกติของภวัตนั้นไม่มีอารมณ์ใด ๆ แสดงออกมาให้เห็นเลย
เขาเดินตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าอัญชนี แล้วยื่นเอกสารฉบับหนึ่งส่งให้เธอ "เธอดูก่อนเลย ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็เซ็นชื่อได้เลย"
บนหน้าปกของเอกสารนั้น มีตัวอักษรขนาดใหญ่ปรากฏอยู่อย่างชัดเจนว่า หนังสือสัญญาหย่า
อัญชนีไม่ได้ยื่นมือรับเอกสารนั้น เธอเงยหน้ามองตรงไปที่เขา เสียงสั่นเครือเล็กน้อย "คุณก็คิดว่าเป็นฉันที่ขโมยไปเหรอคะ?"
"เธอจะขโมยหรือเปล่านั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไปแล้ว ฉันจะไม่ติดใจเอาความ แค่เธอเซ็นชื่อลงไปก็พอ"
น้ำเสียงเย็นชาไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใด ๆ สรุปแล้วก็คือเขาก็ไม่ได้เชื่อใจเธออยู่ดีเหมือนกัน
เธอมองดูเขาโยนหนังสือสัญญาหย่าทิ้งลงบนโต๊ะน้ำชาแล้วเตรียมตัวจะหันเดินขึ้นไปยังชั้นบน เธอจึงเอ่ยปากถามเสียงเบา “แพรวากลับมาแล้วใช่ไหมคะ?”
ภวัตหันกลับมามองเธอเพียงชั่วแวบหนึ่ง น้ำเสียงทุ้มนุ่มของเขาเจือปนไปด้วยความรำคาญใจ “อัญชนี ทำไมเราถึงได้แต่งงานกัน เธอน่าจะรู้ดีกว่าใคร ฉันขอเตือนเธอว่าอย่าทำให้เรื่องมันน่าเกลียดไปกว่านี้เลย”
อัญชนีหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น ใช่แล้ว เธอรู้ดีอยู่แก่ใจ
เมื่อสามปีก่อน คุณย่าของตระกูลคุณากรวงศ์ล้มป่วยหนัก ท่านอยากจะได้เห็นภวัตผู้เป็นหลานชายแต่งงานมีคู่ครองก่อนที่ท่านจะหมดลมหายใจจากไป
ในตอนนั้น คนที่ควรจะได้รับเลือกให้มาแต่งงานเข้าสู่ตระกูลคุณากรวงศ์นั้นคือแพรวา แพรวาเป็นเพื่อนเล่นของภวัตมาตั้งแต่ยังเด็ก ทั้งคู่ต่างก็มีใจให้แก่กัน ๆ
แต่พอใกล้จะถึงวันแต่งงาน แพรวากลับถูกตรวจพบว่าเธอไม่ได้เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของครอบครัว ของตระกูลพิมล แต่ถูกสลับตัวมากับอัญชนีซึ่งเกิดในวันเดียวกันที่โรงพยาบาลแห่งเดียวกันในวันนั้น
คุณปู่พิมลจึงต้องรีบตามหาตัวกันอย่างวุ่นวาย จนในที่สุดก็ได้พบกับตัวอัญชนี คุณหนูตัวจริงของตระกูลที่ต้องไปใช้ชีวิตอย่างลำบากยากแค้นอยู่ต่างจังหวัด
ดังนั้น คนที่ต้องแต่งงานเข้าสู่ตระกูลคุณากรวงศ์จึงเปลี่ยนมาเป็นอัญชนีไปโดยปริยาย
แพรวาไม่ยอมรับความจริงนั้น จึงคิดหาทางใส่ร้ายป้ายสีอัญชนีเพื่อทำลายงานแต่งงานของทั้งคู่
โดยในวันแต่งงานเธอได้สร้างสถานการณ์ขึ้นมาฉากหนึ่ง แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับคือตัวเธอเองที่พลัดตกบันไดจนขาหัก และถูกส่งไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ
เรื่องราวนี้กลายเป็นข่าวครึกโครมในช่วงนั้น และสังคมแห่งนี้ก็มักจะเอนเอียงเข้าข้างและเห็นใจผู้ที่อ่อนแอกว่าอยู่แล้วเป็นทุนเดิม
ทุกคนจึงพากันมองว่าอัญชนีคือนางร้ายใจพิษที่คอยแย่งชิงคนรักของผู้อื่น กานต์พิชชาถึงขั้นด่าทอว่าเธอเป็นคนขโมยผู้ชายของคนอื่น
ภวัตไม่อยากแม้แต่จะเหลียวมองหน้าเธอ และไม่เคยแตะต้องตัวเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียวตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
แม้แต่พ่อแม่แท้ ๆ ของเธอเองก็ยังมองว่าเธอเป็นคนใจแข็งโหดเหี้ยมไร้ความปราณี
เพราะในสายตาของทุกคนนั้น แพรวาเป็นคนที่ทั้งอ่อนโยน อ่อนหวาน และเปี่ยมไปด้วยความรู้ความสามารถ
ส่วนอัญชนีนั้น เป็นเพียงผู้หญิงใจโหดอำมหิตไร้หัวใจที่มาจากต่างจังหวัดบ้านนอก
ความจริงแล้วคนอื่นจะมองเธออย่างไรเธอไม่เคยใส่ใจ สิ่งที่เธอให้ความสำคัญมีเพียงภวัตคนเดียวเท่านั้น
เธออดทนต่อคำด่าทอสารพัดจากกานต์พิชชา ดูแลเรื่องอาหารการกิน และความเป็นอยู่ของภวัตอย่างเต็มที่ไม่เคยบกพร่อง
คอยปกป้องดูแลบ้านหลังนี้ และเคยคิดอย่างบริสุทธิ์ใจว่าสักวันหนึ่งความรักของเธอจะสามารถละลายหัวใจที่เย็นชาของเขาลงได้
แต่เธอคิดผิดไป คนบางคนนั้นไม่มีหัวใจอยู่แต่แรกแล้ว
ชีวิตแต่งงานที่ปราศจากทั้งความรัก และความใกล้ชิดฉันท์สามีภรรยามันช่างน่าอึดอัดยิ่งนัก เธอไม่มีแรงใจที่จะอดทนต่อไปได้อีกแล้ว
แต่ทำไมกันล่ะ? พวกเขาอยากให้เธอแต่งงานเธอก็ต้องแต่ง อยากให้เธอออกไปเธอก็ต้องไปอย่างนั้นเชียวหรือ?
อัญชนีเดินตรงไปยืนอยู่ตรงหน้าเขา "จะให้ฉันยอมเซ็นหย่าก็ได้ แต่คุณต้องนอนด้วยกันกับฉันหนึ่งคืน แล้วฉันจะเซ็นชื่อให้"
ภวัตที่กำลังคลายเนกไทอยู่นึกว่าตัวเองหูฝาดไป สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความรังเกียจ “อัญชนี คำพูดแบบนี้เธอกล้าพูดออกมาได้ยังไง เธอยังรู้จักคำว่ายางอายอยู่บ้างไหม?”
“ยางอายเหรอคะ?” อัญชนีแค่นเสียงหัวเราะ “ถ้าการทำหน้าที่ภรรยากับสามีของตัวเองเรียกว่าไร้ยางอาย แล้วการที่บางคนรู้ทั้งรู้ว่าเขามีเจ้าของแล้วแต่ก็ยังจะไปเป็นมือที่สาม หรือบางคนที่นอกใจคู่สมรสตัวเองล่ะคะ จะเรียกว่าอะไร?”
“อัญชนี!”
“นี่เป็นเงื่อนไขเดียวที่ฉันจะยอมหย่า!” อัญชนีพูดแทรกขึ้นมาเสียงดัง เธอสาวเท้าเข้าไปกระชากเนกไทของเขา ในแววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังและท้าทาย “ยังไงคะ ท่านประธานไม่ยอมตกลง เป็นเพราะไม่เต็มใจ? หรือเป็นเพราะว่า... ท่านประธาน ‘ทำไม่ได้’ กันแน่?”
ภวัตถูกยั่วโมโหจนเดือดดาลในทันที
"ฉันทำไม่ได้งั้นเหรอ? งั้นฉันจะพิสูจน์ให้เธอเห็นกับตาเดี๋ยวนี้เลยแหละ ว่าฉันทำได้หรือทำไม่ได้!"
เขาคว้าท้ายทอยของเธอไว้ แล้วบดขยี้ริมฝีปากลงไปอย่างดุเดือด
อัญชนีก็จูบตอบกลับไปอย่างร้อนแรงไม่แพ้กัน
เขาไม่มีความปรานีแม้แต่น้อย เหวี่ยงเธอลงบนเตียง กระชากเสื้อเชิ้ตของเธอจนขาด แล้วใช้มือลูบไล้ไปทั่วร่างของเธออย่างรุนแรง
อัญชนีไม่เคยถูกใครสัมผัสแบบนี้มาก่อน ร่างกายของเธอจึงเกิดปฏิกิริยาขึ้นมาทันที
ภวัตแค่นหัวเราะ “แฉะขนาดนี้แล้ว เธออยากได้ผู้ชายขนาดนั้นเลยเหรอ?”
พูดจบ เขาก็กระแทกกายเข้าไปอย่างแรง
ไม่รอให้เธอได้ปรับตัว เขาก็เริ่มขยับเข้าออกอย่างรวดเร็วและรุนแรง
อัญชนีอยากจะด่าเขา แต่เสียงที่เล็ดลอดออกมากลับกลายเป็นเสียงครางหวานหูไม่ขาดสาย
ภวัตไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ร่างกายของเธอราวกับถูกสร้างมาเพื่อขนาดของเขาโดยเฉพาะ จนทำให้เขาไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ต้องการครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งฟ้าสางถึงได้ยอมปล่อยเธอไป
อัญชนีมองดูเขาตอนที่หลับใหล
ตอนที่เขาหลับ เขาดูไม่เย็นชาและโหดร้ายเหมือนเคย โครงหน้าของเขามีมิติคมชัด ดูดีมาก
เธอเคยหลงใหลในใบหน้านี้ของเขามาก แต่เมื่อมองดูตอนนี้ เธอกลับรู้สึกว่าไม่ได้ชอบเขามากเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
เธอเก็บกระเป๋าเดินทางของตัวเองอย่างเงียบ ๆ ไม่มีเสียง
เมื่อภวัตตื่นขึ้นมา ก็ไม่พบร่างของเธออยู่ข้างกายแล้ว มีเพียงหนังสือสัญญาหย่าที่หัวเตียงซึ่งเธอได้เซ็นชื่อไว้เรียบร้อยแล้ว
ในช่องเหตุผลการหย่านั้น มีข้อความที่เธอเขียนด้วยลายมือของตัวเองไว้เพียงหนึ่งบรรทัดว่า ฝ่ายชายสมรรถภาพทางเพศเสื่อม ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ของสามีได้
ใบหน้าหล่อเหลาของภวัตดำคล้ำลงทันที
ผู้หญิงเฮงซวย!
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาเธอ แต่... หมายเลขของเธอนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีกต่อไปแล้ว...
บทล่าสุด
#161 บทที่ 160 ไล่เธอออกไป
อัปเดตล่าสุด: 4/8/2026#160 บทที่ 159 ถูกภรรยาเมิน
อัปเดตล่าสุด: 4/8/2026#159 บทที่ 158 เขาเป็นคนยั่วยวนเธอ
อัปเดตล่าสุด: 4/8/2026#158 บทที่ 157 ไม่รับผิดชอบ
อัปเดตล่าสุด: 4/8/2026#157 บทที่ 156 จูบเธอ
อัปเดตล่าสุด: 4/8/2026#156 บทที่ 155 เธอทำงานให้เขา
อัปเดตล่าสุด: 4/8/2026#155 บทที่ 154 เขาไม่ต้องการหน้าตาใช่ไหม?
อัปเดตล่าสุด: 4/8/2026#154 บทที่ 153 คุณอัญนี่กำลังนัดฉันอยู่หรือเปล่า?
อัปเดตล่าสุด: 4/8/2026#153 บทที่ 152 นายหญิงโทรมาแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 4/8/2026#152 บทที่ 151 แยกกันปฏิบัติ
อัปเดตล่าสุด: 4/8/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













